วิธีสร้างและยืนยัน Google Business Profile เลือกหมวดหมู่ให้ถูก และเก็บรีวิว เพื่อให้ธุรกิจไทยขึ้น Google Maps
ลองนึกภาพคนที่ยืนอยู่ปากซอยสุขุมวิท 11 ตอนหนึ่งทุ่ม มือถือหน้าจอพิมพ์ว่า "คลินิกทันตกรรมใกล้ฉัน" หรือ "ร้านตัดสูท" เขาไม่ได้จะไล่อ่านเว็บไซต์สิบเว็บ แต่จะดูแผนที่ เทียบหมุดสามร้าน อ่านรีวิวสองสามอัน แล้วกด โทร หรือ เส้นทาง ทั้งหมดใช้เวลาประมาณหนึ่งนาที และถ้าธุรกิจของคุณไม่อยู่บนแผนที่นั้น ก็เท่ากับไม่ได้อยู่ในตัวเลือกตั้งแต่แรก
รายการบนแผนที่นั้นคือ Google Business Profile (ชื่อเดิมคือ Google My Business) ใช้ฟรี ตั้งค่าให้ดีได้ภายในบ่ายเดียว และสำหรับธุรกิจท้องถิ่นส่วนใหญ่ในไทย มันนำลูกค้ามาให้มากกว่าการตลาดออนไลน์ช่องทางอื่นใดเพียงช่องทางเดียว คู่มือนี้จะพาคุณทำทีละขั้นตอน รวมถึงจุดที่คนส่วนใหญ่มักทำพลาด
ทำไม Google Maps สำคัญกว่าหน้าแรกของเว็บไซต์
เมื่อมีคนค้นหาสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว เช่น คาเฟ่ คลินิก ร้านตัดเสื้อ หรืออู่ซ่อมรถ Google มักแสดงแผนที่พร้อมธุรกิจสามแห่งก่อนผลการค้นหาเว็บไซต์ปกติ ส่วนนี้เรียกว่า Local Pack และสำหรับการค้นหาแบบ "ใกล้ฉัน" มักเป็นสิ่งเดียวที่คนดู
ตามแนวทางของ Google เอง มีสามอย่างที่ตัดสินว่าใครจะได้ขึ้นตรงนั้น คือ ความเกี่ยวข้อง (โปรไฟล์ตรงกับสิ่งที่ค้นหาแค่ไหน) ระยะทาง (อยู่ใกล้คนค้นหาแค่ไหน) และ ความโดดเด่น (เป็นที่รู้จักและมีรีวิวดีแค่ไหน) คุณย้ายร้านไม่ได้ แต่ควบคุมความเกี่ยวข้องและความโดดเด่นได้เต็มที่
ส่วนต่างๆ ของโปรไฟล์ที่ลูกค้าดูจริง และที่ Google ใช้ตัดสินอันดับ
ขั้นที่ 1: ตรวจดูว่ามีโปรไฟล์อยู่แล้วหรือไม่
ก่อนสร้างใหม่ ให้ค้นชื่อธุรกิจของคุณใน Google Maps ก่อน ธุรกิจไทยจำนวนมากมีรายการอยู่แล้ว ซึ่งลูกค้า แอปเดลิเวอรี หรือ Google สร้างไว้เมื่อหลายปีก่อน ถ้าเจอ ให้กด เป็นเจ้าของธุรกิจนี้ใช่ไหม แล้วอ้างสิทธิ์ แทนที่จะสร้างใหม่ เพราะรายการซ้ำจะทำให้รีวิวแตกออกเป็นสองที่และทำให้ Google สับสน
ขั้นที่ 2: สร้างหรืออ้างสิทธิ์โปรไฟล์
ไปที่ google.com/business แล้วเข้าสู่ระบบด้วยบัญชี Google ของธุรกิจ ไม่ใช่ Gmail ส่วนตัวของพนักงาน เพราะถ้าพนักงานคนนั้นลาออก คุณคงไม่อยากให้รายการธุรกิจหายไปด้วย จากนั้นกรอก
- ชื่อธุรกิจ: ให้ตรงกับป้ายหน้าร้านและใบเสร็จ ห้ามยัดคำค้นหาลงไป (เช่น "ร้านตัดสูทราคาถูกที่สุดกรุงเทพ") เพราะ Google ถือเป็นสแปมและอาจระงับรายการได้
- ที่ตั้งหรือพื้นที่ให้บริการ: ใส่ที่อยู่จริงถ้าลูกค้ามาหาคุณ หรือพื้นที่ให้บริการ (เช่น กรุงเทพฯ นนทบุรี) ถ้าคุณไปหาลูกค้า ใส่ทั้งสองอย่างก็ได้
- เบอร์โทรและเว็บไซต์: ใช้เบอร์ที่มีคนรับสายจริงในเวลาทำการ
เขียนชื่อ ที่อยู่ และเบอร์โทรให้เหมือนกันทุกที่ ทั้งในโปรไฟล์ ท้ายเว็บไซต์ Facebook LINE OA และไดเรกทอรีต่างๆ ข้อมูลที่ตรงกันช่วยให้ Google มั่นใจว่าทั้งหมดคือธุรกิจเดียวกัน
ขั้นที่ 3: ยืนยันตัวตน (จุดที่หลายคนติด)
Google ต้องยืนยันว่าคุณอยู่ที่ที่อยู่นั้นจริง ขึ้นอยู่กับประเภทธุรกิจและพื้นที่ อาจให้ยืนยันด้วย การอัดวิดีโอ โทรศัพท์หรือ SMS อีเมล หรือ โปสการ์ด ที่มีรหัส ปัจจุบันการยืนยันด้วยวิดีโอพบบ่อยมากในไทย คุณต้องอัดคลิปสั้นแบบต่อเนื่อง ให้เห็นถนน ป้ายร้าน ภายในร้าน และสิ่งที่พิสูจน์ว่าคุณเป็นผู้ดูแล เช่น เปิดลิ้นชักเก็บเงินหรือโชว์อุปกรณ์
- ถ่ายตอนกลางวัน เป็นเทคเดียวต่อเนื่อง ไม่ตัดต่อ
- ให้เห็นป้ายชื่อถนนหรือจุดสังเกต แล้วเดินมาที่หน้าร้าน เพื่อให้เห็นตำแหน่งชัดเจน
- ชื่อธุรกิจต้องอยู่บนป้ายถาวร ป้ายกระดาษแปะประตูมักไม่ผ่าน
- อย่าแก้ไขข้อมูลโปรไฟล์ระหว่างรอการยืนยัน เพราะอาจทำให้ต้องเริ่มตรวจสอบใหม่
ขั้นที่ 4: กรอกข้อมูลให้ครบทุกช่อง (ใช่ ทุกช่อง)
โปรไฟล์ที่กรอกไม่ครบคือสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดที่ทำให้ธุรกิจอันดับต่ำกว่าคู่แข่งที่อยู่ไกลกว่า Google จะแสดงคุณได้เฉพาะการค้นหาที่มันเข้าใจว่าคุณเกี่ยวข้องเท่านั้น
เลือกหมวดหมู่หลักให้ถูก
หมวดหมู่หลักมีผลมากกว่าทุกอย่างที่คุณเขียน ให้เจาะจง "คลินิกทันตกรรม" ดีกว่า "สุขภาพ" "ร้านอาหารอิตาเลียน" ดีกว่า "ร้านอาหาร" ลองดูว่าคู่แข่งสามอันดับแรกในย่านเดียวกันใช้หมวดหมู่อะไร (ดูได้ใต้ชื่อธุรกิจใน Maps) แล้วเพิ่มหมวดหมู่รองสำหรับสิ่งที่คุณให้บริการจริง
เวลาทำการ รวมวันหยุด
ตั้งเวลาทำการปกติ และ เวลาทำการพิเศษ สำหรับสงกรานต์ ปีใหม่ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ไม่มีอะไรเสียลูกค้าเร็วไปกว่าการที่เขาขับรถข้ามกรุงเทพฯ มาเจอประตูปิด ทั้งที่ Google บอกว่าเปิด
บริการ สินค้า และคุณลักษณะ
เพิ่มบริการหลักพร้อมคำอธิบายสั้นๆ และราคาถ้าเหมาะสม ติ๊กคุณลักษณะที่ตรงกับร้าน เช่น ทางลาดสำหรับรถเข็น Wi-Fi พนักงานพูดภาษาอังกฤษ รับบัตรเครดิต ที่จอดรถ สิ่งเหล่านี้ตอบคำถามก่อนที่ลูกค้าจะต้องถาม
รูปภาพที่ช่วยขาย
ธุรกิจที่มีรูปจริงดูน่าเชื่อถือกว่าธุรกิจที่มีแค่โลโก้เบลอๆ หนึ่งรูป อัปโหลดรูปหน้าร้าน (ให้คนจำได้ตอนมาถึง) ภายในร้าน ทีมงาน และสินค้าหรือเมนูที่ดีที่สุด เพิ่มรูปใหม่ทุกเดือนหรือสองเดือน Google สังเกตเห็นความเคลื่อนไหว
ทำครบตามนี้ คุณก็นำหน้าคู่แข่งในย่านเดียวกันส่วนใหญ่แล้ว
ขั้นที่ 5: เก็บรีวิวอย่างถูกวิธี
รีวิวคือปัจจัยที่ใหญ่ที่สุดของความโดดเด่น และเป็นสิ่งที่ลูกค้าอ่านก่อนเลือกคุณ ข่าวดีคือลูกค้าที่พอใจยินดีเขียนให้ถ้าคุณทำให้ง่าย ข่าวร้ายคือธุรกิจส่วนใหญ่ไม่เคยขอเลย
- เอาลิงก์รีวิว: ในโปรไฟล์ เลือก ขอรีวิว แล้วคัดลอกลิงก์สั้น
- ทำเป็น QR Code: พิมพ์ไว้ที่แฟ้มใบเสร็จ เคาน์เตอร์ บรรจุภัณฑ์ หรือใบเสร็จ
- ขอในจังหวะที่ใช่: ทันทีหลังลูกค้าชม งานเสร็จ หรือกลับมาใช้บริการซ้ำ
- ส่งทาง LINE: ข้อความขอบคุณสั้นๆ พร้อมลิงก์หลังให้บริการเรียบร้อย
- ตอบทุกรีวิว: ขอบคุณโดยเอ่ยชื่อ และตอบคำติอย่างใจเย็นและเจาะจง
ห้ามซื้อรีวิว ห้ามให้ส่วนลดแลกกับห้าดาว และห้ามรีวิวตัวเอง Google กรองรีวิวเหล่านี้ อาจลบรีวิวทั้งหมดของคุณในครั้งเดียว และลูกค้ามักดูออก
ตอบรีวิวด้วยภาษาเดียวกับที่ลูกค้าเขียน คำตอบภาษาอังกฤษที่ใส่ใจถึงนักท่องเที่ยว และคำตอบภาษาไทยที่อบอุ่นถึงลูกค้าในพื้นที่ ต่างแสดงว่ามีคนจริงดูแลธุรกิจนี้อยู่
ขั้นที่ 6: เชื่อมโปรไฟล์กับเว็บไซต์ที่ดี
โปรไฟล์ทำให้คนสนใจ แต่เว็บไซต์คือที่ปิดการขาย ให้ลิงก์ไปยังหน้าที่ตรงกับสิ่งที่เขาค้นหา เช่น เมนู ราคา หรือหน้าจอง ไม่ใช่หน้าแรกที่มีแค่สไลด์โชว์ Google ยังอ่านเว็บไซต์ของคุณเพื่อทำความเข้าใจธุรกิจด้วย ดังนั้นบริการ ที่อยู่ และเบอร์โทรเดียวกันควรอยู่บนเว็บไซต์ ดีที่สุดคือไว้ท้ายเว็บทุกหน้า
ถ้าเว็บไซต์โหลดช้าบนมือถือ หรือไม่มีภาษาที่ลูกค้าใช้ คลิกที่คุณพยายามได้มาก็จะเด้งกลับไป Maps ทันที ซึ่งนี่คือเว็บไซต์แบบที่เราทำ ดู บริการของเรา หรืออ่าน วิธีเลือกบริษัทรับทำเว็บไซต์ในกรุงเทพฯ
ขั้นที่ 7: ทำให้โปรไฟล์เคลื่อนไหวอยู่เสมอ
โปรไฟล์ไม่ใช่สิ่งที่ตั้งแล้วลืมได้ ประมาณเดือนละครั้ง ให้
- โพสต์อัปเดต โปรโมชั่น หรืออีเวนต์ (Google Posts จะแสดงบนโปรไฟล์)
- เพิ่มรูปใหม่สองสามรูป
- ตอบคำถามในส่วนถามตอบ ก่อนที่คนแปลกหน้าจะตอบแทนคุณ
- ตรวจว่าเวลาทำการ เบอร์โทร และลิงก์เว็บไซต์ยังถูกต้อง
- ดูแท็บประสิทธิภาพ ว่ามีคนโทร ขอเส้นทาง และคลิกเว็บไซต์กี่ครั้ง
ข้อผิดพลาดที่เราเห็นบ่อยในไทย
ข้อผิดพลาด ทำไมถึงเสียหาย วิธีแก้
ใส่คำค้นหาในชื่อธุรกิจ อาจถูกระงับรายการ ใช้ชื่อการค้าจริง
พนักงานเป็นเจ้าของรายการ เข้าถึงไม่ได้เมื่อพนักงานลาออก บัญชีเจ้าของ + เพิ่มพนักงานเป็นผู้จัดการ
ร้านเดียวมีสองรายการ รีวิวและอันดับแตกออก รายงานรายการซ้ำและรวมกัน
ไม่ตั้งเวลาวันหยุดพิเศษ ลูกค้าไม่พอใจ ได้รีวิวแย่ ตั้งเวลาสงกรานต์และปีใหม่ล่วงหน้า
ลิงก์เว็บไซต์ไปเพจ Facebook ที่ร้าง คลิกแล้วไม่ได้อะไร ลิงก์ไปเว็บไซต์ที่เร็วและอัปเดต
คำถามที่พบบ่อย
Google Business Profile ใช้ฟรีหรือไม่
ฟรี การสร้าง ยืนยัน และจัดการ Google Business Profile ไม่มีค่าใช้จ่าย Google Ads สามารถทำให้คุณขึ้นเหนือผลแผนที่ได้ แต่เป็นบริการแบบเสียเงินที่แยกกัน
ใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะขึ้น Google Maps
หลังยืนยันแล้ว โปรไฟล์มักขึ้นภายในไม่กี่วัน แต่การติดอันดับดีสำหรับคำค้นหาที่แข่งขันสูงใช้เวลานานกว่า และขึ้นอยู่กับหมวดหมู่ รีวิว และความครบถ้วนของโปรไฟล์
ไม่มีหน้าร้านขึ้น Google Maps ได้ไหม
ได้ ธุรกิจที่ให้บริการนอกสถานที่ เช่น ช่างประปา แม่บ้าน หรือนวดนอกสถานที่ สามารถซ่อนที่อยู่และระบุพื้นที่ให้บริการแทนได้
โปรไฟล์ควรเป็นภาษาไทยหรืออังกฤษ
ใช้ชื่อธุรกิจทางการตามป้ายร้าน ส่วนคำอธิบายและบริการเขียนด้วยภาษาที่ลูกค้าส่วนใหญ่ใช้ ธุรกิจในกรุงเทพฯ หลายแห่งใช้ทั้งสองภาษา
การขึ้นแผนที่คือชัยชนะที่เร็วที่สุดที่ธุรกิจท้องถิ่นส่วนใหญ่ทำได้บนโลกออนไลน์ ตั้งค่าให้เสร็จภายในสัปดาห์นี้ ขอรีวิวจากลูกค้าที่พอใจสิบคนถัดไป และตรวจให้แน่ใจว่าเว็บไซต์ที่ลิงก์ไปนั้นคุ้มค่าที่จะเข้าชม ถ้าอยากให้เราช่วยส่วนสุดท้ายนี้ ติดต่อเรา ได้เลย เราตอบกลับภายใน 24 ชั่วโมง